ดาบของกริฟฟินดอร์ถูกสร้างเมื่อหนึ่งพันปีก่อนโดยพวกก๊อบลิน เผ่าพันธุ์ที่มีทักษะในการสร้างอาวุธสูงที่สุดในโลกผู้วิเศษ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ดาบนี้มีเสน่ห์และชวนน่าหลงไหล ตัวดาบทำมาจากแร่เงินบริสุทธิ์ ด้ามจับประดับด้วยทับทิม ซึ่งเป็นหินแทนสัญลักษณ์ของกริฟฟินดอร์ (หินทับทิมนี้อยู่ในนาฬิกาแก้วนับคะแนนบ้านด้วย) และมีชื่อของ ก็อดดริก กริฟฟินดอร์ สลักไว้ใต้ด้ามจับ
ดาบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกริฟฟินดอร์โดยเฉพาะ โดยกษัตริย์แร็กนุ้กที่หนึ่งซึ่งมีความสามารถและไหวพริบมากที่สุดในหมู่ช่างเงินก๊อบลิน จึงทำให้เขาได้เป็นกษัตริย์ (ในวัฒนธรรมของก๊อบลิน ผู้นำนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานน้อยกว่าคนอื่นแต่ต้องทำงานให้มีคุณภาพมากที่สุด) เมื่อดาบเล่มนี้ถูกตีจนเสร็จสิ้น แร็กนุ้กกลับรู้สึกอยากได้ดาบเก็บไว้ในครอบครองเสียเอง จึงแกล้งทำเป็นว่ากริฟฟินดอร์ขโมยดาบเล่มนี้ไปจากเขาพร้อมกับส่งลูกสมุนออกไปเพื่อที่จะขโมยดาบกลับคืนมา กริฟฟินดอร์ต่อสู้ด้วยไม้กายสิทธิ์แต่ไม่ได้ลงมือฆ่าก๊อบลินที่แร็กนุ้กส่งมาเลยสักตัว ในทางกลับกันเขาส่งพวกมันกลับไปหากษัตริย์ของตนเองพร้อมกับคำขู่ว่า “ถ้าคิดจะพยายามส่งลูกสมุนมาขโมยดาบนี้ไปอีก กริฟฟินดอร์จะชักดาบนี้ออกมาฆ่าพวกเขาอย่างแน่นอน“
กษัตริย์ของก๊อบลินเก็บคำขู่นั้นมาคิดครวญอย่างหนักสุดท้ายจึงปล่อยให้กริฟฟินดอร์ได้ครอบครองสมบัติของเขาอย่างชอบธรรมทั้งๆที่ในใจยังคงคับแค้นอยู่มากจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต นี่เป็นต้นกำเนิดตำนานแบบผิดๆในหมู่ของก๊อบลินบางกลุ่มที่ว่ากริฟฟินดอร์ขโมยดาบนี้ไปจากกษัตริย์ของพวกเขา
คำถามที่ว่าทำไมพ่อมดต้องใช้ดาบนั้นพบได้บ่อยและก็ตอบได้อย่างง่ายดายว่า ก่อนที่บทบัญญัตินานาชาติเพื่อการปกปิดความลับจะถูกตราขึ้นนั้น เหล่าพ่อมดแม่มดอาศัยปะปนอยู่กับพวกมักเกิ้ลอย่างอิสรเสรีและพวกเขาก็ใช้ดาบป้องกันตัวมากกว่าจะชักไม้กายสิทธิ์ออกมา จะว่าไปมันก็ดูไม่ยุติธรรมเท่าไรนักที่จะใช้ไม้กายสิทธิ์มาสู้กับดาบของมักเกิ้ล (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น) พ่อมดผู้มีพรสวรรค์และมากประสบการณ์จะเผด็จศึกคู่ต่อสู้ด้วยวิธีแบบสามัญธรรมดาซึ่งกริฟฟินดอร์เองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน
มีดาบในตำนานพื้นบ้านมากมายที่น่าจดจำ เช่น ดาบของนัวดู หนึ่งในสมบัติทั้งสี่ของ ทัวทา เดอร์- ดาร์นาน ซึ่งจะทรงพลังมากเมื่อถูกชักออกมาจากฝัก ดาบของกริฟฟินดอร์มีตำนานบางอย่างมาจากดาบเอ็กซ์คาร์ลิเบอร์ซึ่งเป็นดาบของกษัตริย์อาเธอร์ และพระองค์ทรงเป็นคนเดียวที่สามารถดึงดาบนี้ออกจากหินได้เนื่องจากทรงเป็นเจ้าของที่คู่ควรกับมันอย่างชอบธรรม ซึ่งเช่นเดียวกับดาบของกริฟฟินดอร์ที่จะปรากฏก็ต่อเมื่อเจอผู้ที่เหมาะสมคือมีความกล้าหาญและยืนหยัดที่จะต่อสู้กับอันตรายอย่างไม่ย่อท้อ
“ยังมีอีกเรื่องที่ฉันอ้างอิงมาจากดาบเอ็กซ์คาร์ลิเบอร์ คือ การที่ฉันให้ดาบกริฟฟินดอร์ถูกซ่อนไว้ใต้หนองน้ำและแฮร์รี่ต้องดำทะลุแผ่นน้ำแข็งลงไปเพื่อนำมันขึ้นมาในภาคเครื่องรางยมทูต (ตำแหน่งที่ดาบถูกนำไปไว้นั้นสอดคล้องกับความอาฆาตแค้นของสเนป) ซึ่งในตำนานฉบับจริงนั้น พระแม่คงคาแห่งทะเลสาบเป็นผู้มอบดาบเอ็กซ์คาร์ลิเบอร์ให้กับกษัตริย์อาเธอร์ และเมื่อพระองค์สวรรคตดาบนั้นได้กลับไปอยู่ ณ ทะเลสาบตามเดิม
ในโลกเวทมนตร์ การได้ครอบครองสิ่งของไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าผู้ถือจะมีคุณสมบัติเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง รูปแบบนี้ได้ถูกนำไปใช้กับเครื่องรางยมทูตทั้งสามชิ้นด้วย
ฉันสนใจในประเด็นที่ว่าหากความเชื่อที่แตกต่างมาเจอกันจะเป็นอย่างไร ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก็อบลินส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าพวกเขามีสิทธิโดยชอบธรรมในสมบัติทุกชิ้นที่ถูกทำขึ้นโดยเผ่าพันธุ์ของตนเอง แม้ว่าวัตถุบางชนิดจะถูกสั่งทำขึ้นโดยคำขอหรือคำสั่งของพ่อมดแม่มดและมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินทองแล้วก็ตาม เมื่อเจ้าของวัตถุนั้นเสียชีวิตลง สมบัติทั้งหลายก็ควรส่งกลับคืนให้แก่พวกเขา แต่บรรดาพ่อมดแม่มด – รวมทั้งพวกมักเกิ้ลเองด้วย – ต่างมีความเชื่อว่า ในเมื่อจ่ายเงินไปแล้ว นั่นถือเป็นค่าตอบแทนและสมบัตินั้นก็ควรเป็นของพวกเขาโดยชอบธรรมและมันสมควรจะถูกส่งต่อไปยังลูกหลานของพวกเขาต่อไป
นี่คือตัวอย่างของความเชื่อที่ไม่ตรงกันและไม่มีวิธีใดสามารถแก้ปัญหาได้ เพราะแต่ละฝั่งล้วนมีเหตุผลที่ถูกต้องเป็นของตนเอง ดังนั้นแฮร์รี่จึงต้องเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อกริบฮุ๊กเรียกร้องค่าตอบแทนในการช่วยเหลือจากเขาเป็นดาบในเล่มเครื่องรางยมทูต”
แปลไทยและเรียบเรียงโดย Shootty แอดมินเพจพอตเตอร์ไดอารี่
หากนำบทความออกไปโปรดอ้างอิงเว็บไซต์และผู้เรียบเรียง