คุณแม่ลูกเดี่ยววัย 34 ปี กับเด็กนักเรียนชายกำพร้าสวมแว่นตาอาจดูไม่ใช่ส่วนผสมที่น่าคาดหวังได้มากที่สุด แต่เมื่อรวมกันแล้ว พวกเขากลับกลายเป็นปรากฏการณ์แห่งวงการสิ่งพิมพ์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
บทใหม่ในเรื่องราวอันน่าทึ่งเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ทางวรรณกรรมอันมีเสน่ห์ของ โจแอนน์ โรว์ลิง เริ่มต้นขึ้นเมื่อวานนี้ พร้อมกับการตีพิมพ์ฉบับปกอ่อนของหนังสือเล่มที่สองในซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ของเธอ นั่นคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ
พอตเตอร์คือเด็กชายพ่อมดผู้ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างกระตือรือร้นจากเด็กๆ และผู้ใหญ่หลายแสนคน ทำให้เหล่านักวิจารณ์ต่างยกย่องให้คุณโรว์ลิงเป็น โรอัลด์ ดาห์ล คนใหม่ ชานชาลาที่หนึ่ง ณ สถานีรถไฟคิงส์ครอส กลายเป็นชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่ในตำนานชั่วคราว สถานที่ซึ่งแฮร์รี่น้อยใช้เดินทางออกสู่นิเวศโรงเรียนในตอนเริ่มต้นของทุกๆ เทอมใหม่ และทำหน้าที่เหมือนกับตู้เสื้อผ้าในตำนานนาร์เนียของ ซี.เอส. ลูอิส
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ เล่มแรกที่จะพัฒนาไปสู่ซีรีส์เจ็ดภาค ได้แนะนำฮีโร่ตามชื่อเรื่องให้แก่คนรุ่นที่ติดเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเคยถูกคิดว่าสูญเสียเสน่ห์ของสิ่งพิมพ์ไปแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าอัศจรรย์ ยอดขายหนังสือทั้งสองเล่มขยับเข้าใกล้ครึ่งล้านเล่มแล้ว ในขณะที่เวอร์ชันปกแข็งของ ห้องแห่งความลับ ใช้เวลาเดือนแรกบนแผงในฐานะหนังสือขายดีที่สุดในบรรดาหนังสือทุกประเภท
คุณโรว์ลิงคว้า รางวัลมาเต็มมือ รวมถึง สมาร์ตีส์ บุ๊ก ไพรซ์ (รางวัลเทียบเท่าบุ๊กเกอร์ในฝั่งวรรณกรรมเด็ก) สองปีติดต่อกัน และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลวิทเบรด ในปี 1998 ฮอลลีวูดเข้ามารับรองความสำเร็จเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว เมื่อ วอร์เนอร์ บราเธอส์คว้าสิทธิ์ภาพยนตร์สำหรับหนังสือทั้งสองเล่มด้วยมูลค่าถึงเจ็ดหลัก
มิสเตอร์พอตเตอร์เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกญาติใจร้ายบังคับให้อาศัยอยู่ในห้องใต้บันได จนกระทั่งเขาได้รู้ในวันเกิดวัย 11 ขวบว่า อันที่จริงแล้วเขาเป็นลูกชายของพ่อมดแม่มดและมีชื่อเสียง จากนั้นเขาก็ถูกพาไปยังโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ที่นั่นเขาเข้าเรียนในวิชาปรุงยา สมุนไพรศาสตร์ และควิดดิช กีฬาฟุตบอลชนิดหนึ่งที่เล่นบนไม้กวาด อ้อ ใช่ แล้วเขายังช่วยโรงเรียนและโลกไว้จากเทวดาทูต ลอร์ด โวลเดอมอร์ อดีตประธานนักเรียนของฮอกวอตส์ ผู้ซึ่งเลือกจะใช้เวทมนตร์ของเขาต่อต้านสถาบัน พูดอีกอย่างก็คือ เรื่องราวอันตื่นเต้นระทึกใจของความดีปะทะความชั่วร้ายที่อ้างอิงถึงพันธสัญญาใหม่อย่างสมเหตุสมผล เพียงแต่มีตัวละครที่ชวนให้นึกถึง โรอัลด์ ดาห์ล
ชื่อของ ดาห์ล และ ซี.เอส. ลูอิส มักจะถูกเอ่ยถึงพร้อมกับคุณโรว์ลิงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่เธอคัดค้าน
"ซี.เอส. ลูอิส คือ อัจฉริยะอย่างแท้จริง ส่วนฉันไม่อยู่ในขั้นอัจฉริยะค่ะ" เธอพูด "และถึงฉันจะคิดว่าดาห์ลเป็นปรมาจารย์ในสิ่งที่เขาทำ แต่ฉันคิดว่าหนังสือของฉันมีคุณธรรมมากกว่าของเขานะ เขายังเขียนตัวละครคอมเมดี้ที่เวอร์เกินจริง ในขณะที่ฉันคิดว่าตัวละครของฉันดูมีมิติมากกว่า"
ไม่ว่าจะอย่างไร นักวิจารณ์ทั่วโลกต่างชื่นชมคุณโรว์ลิงขณะที่เธอนำพาผู้อ่านเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ ที่ซึ่งแฮร์รี่ขับรถบินได้ชนเข้ากับต้นไม้ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎเรื่องการใช้สิ่งของของมักเกิ้ล (ตามที่รู้จักกันในนามคนธรรมดา) อย่างเปิดเผย ในหนังสือเล่มที่สอง แฮร์รี่ไขคลี่คลายความลับของแมงมุมยักษ์ เพื่อนร่วมโรงเรียนที่กลายเป็นหิน และสิ่งมีชีวิตน่าเกลียดน่ากลัวที่แอบซ่อนอยู่ในระบบท่อประปาของโรงเรียน
พอตเตอร์ถูกวาดภาพให้สวมแว่นตาเพราะ คุณโรว์ลิงกล่าวว่า เธอเคยสวมแว่นตาหนาเตอะตอนเป็นเด็ก และรู้สึกอึดอัดใจที่คนใส่แว่นมักเป็นพวกเด็กเรียนแต่ไม่เคยเป็นฮีโร่เลย
แม้จะเจาะกลุ่มเป้าหมายอายุ 9 ถึง 12 ปี แต่เสน่ห์ของแฮร์รี่กลับกว้างขวางกว่านั้น พ่อแม่ที่เคยบ่นเรื่องลูกๆ ไม่ยอมปิดไฟจนกว่าจะได้อ่านจบอีกสักบท ก็กลายมาเป็นสาวกพอตเตอร์คนถัดไป สำนักพิมพ์ บลูมส์เบอรีได้ทำขั้นตอนที่ไม่ธรรมดาด้วยการออกหนังสือเล่มแรกเวอร์ชันผู้ใหญ่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มันถูกห่อหุ้มด้วยปกที่ออกแบบอย่างตั้งใจ เป็นภาพถ่ายขาวดำของรถไฟไอน้ำ โดยมีชื่อเรื่องเป็นตัวอักษรสีส้มซีตรัส ไอเดียคือการช่วยให้ผู้ใหญ่บนรถโดยสารสาธารณะไม่ต้องคอยซ่อนหนังสือฉบับเด็กไว้หลังหนังสือพิมพ์มอร์นิ่งของพวกเขา
หากการผจญภัยของแฮร์รี่เป็นเรื่องราวที่ชวนติดตามแล้ว เรื่องราวของคุณโรว์ลิงเองก็คู่ควรที่จะถูกเขียนสักบทสองบทเช่นกัน หลังจากทำงานให้องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเธอเดินทางไปโปรตุเกสเพื่อสอนภาษาอังกฤษ ที่นั่นเธอแต่งงานกับนักข่าว แต่ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากคลอด เจสสิกา ลูกสาวของเธอ ทั้งสองก็แยกทางกัน เมื่อหย่าร้าง ไร้เงิน และกลายเป็นแม่ลูกเดี่ยว เธอจึงกลับมาที่เอดินบะระ ที่ซึ่งน้องสาวของเธออาศัยอยู่ นิยายเล่มแรกส่วนใหญ่ถูกเขียนขึ้นใน นิโคลสันส์คาเฟ่ในเมืองที่เธอจะใช้หลบภัยจากห้องเช่าที่หนาวเย็นและห่อเหี่ยว ในขณะที่เจสสิกานอนหลับอยู่ในรถสไลด์ คุณโรว์ลิงจะสั่งกาแฟมาจิบเรื่อยๆ และเขียนเรื่องราวลงบนกระดาษอย่างเอาจริงเอาจังด้วยลายมือ
ต้นฉบับถูกส่งไปที่เพนกวิน ซึ่งปฏิเสธกลับมา และจากนั้นไปที่ ฮาร์เปอร์คอลลินส์ที่ซึ่งมันถูกวางทิ้งไว้จนฝุ่นจับนานถึงหนึ่งปี ในที่สุดเธอได้รับการช่วยเหลือจากตัวแทนทางวรรณกรรม และภายในวันเดียวหลังจากส่งหนังสือ บลูมส์เบอรี ก็ตอบรับซื้อไว้อย่างยินดี ส่วนที่เหลือก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ทางวรรณกรรมและภาพยนตร์
เรียบเรียงบทความโดยแอดมินเพจพอตเตอร์ไดอารี่
หากนำบทความออกไปโปรดอ้างอิงเว็บไซต์และผู้เรียบเรียง