ฮอกวอตส์คือสถานที่ที่มีผีสิงสถิตอยู่หนาแน่นที่สุดในบริเตน และนี่เป็นการครองแชมป์ท่ามกลางคู่แข่งมหาศาล เพราะบนเกาะชื้นแฉะแห่งนี้มีรายงานการพบเห็นหรือสัมผัสถึงผีมากกว่าที่ใดๆ ในโลก ตัวปราสาทหินโบราณตระหง่านกว้างขวางราวกับอ้าแขนรับอดีตที่ปฏิเสธการดับสูญ ที่นี่คือวิมานแสนอบอุ่นของเหล่าผี ไม่ใช่เพราะก้อนอิฐหรือคราบไคลความเก่าแก่ หากแต่เป็นเพราะคนเป็นในปราสาทนี้ปฏิบัติต่อเพื่อนผู้ลับโลกไปด้วยความอดทนอดกลั้นและแฝงไว้ด้วยความเอ็นดู ไม่ว่าจะต้องทนฟังเรื่องเล่าความหลังอันซ้ำซากที่วนลูปมาแล้วนับร้อยนับพันครั้งก็ตาม
บ้านทั้งสี่หลังต่างมีผีประจำบ้านเป็นของตัวเอง สลิธีรินเชิดหน้าชูตาด้วยบารอนเลือด ร่างสลัวเงียบขรึมผู้สวมใส่คราบเลือดสีเงินแวววาวเปรอะเปื้อนเต็มเรือนร่าง ประหนึ่งงานศิลปะแห่งความชั่วร้ายที่ไม่เคยล้างออก ตรงกันข้ามกับผีประจำบ้านที่พูดน้อยที่สุดอย่างสุภาพสตรีสีเทา สตรีผู้เยือกเย็น ท่วงท่าเลื่อนไหลงดงาม เรือนผมยาวสลวยพริ้วไหวในความเงียบสงัดราวกับสายหมอก
ด้านฮัฟเฟิลพัฟนั้นมีบาทหลวงอ้วนผู้มีรอยยิ้มอารมณ์ดีต้อนรับทุกคน ย้อนกลับไปในตอนที่เขายังมีลมหายใจ นักบวชชั้นผู้ใหญ่สั่งส่งเขาไปสู่หลักประหาร เพียงเพราะความสงสัยในอิทธิฤทธิ์ตลกร้าย จากการใช้เพียงไม้พลองชี้รักษาสารพัดโรคร้ายให้ชาวบ้าน และนิสัยพิเรนทร์ที่ชอบเสกกระต่ายออกจากถ้วยศีลจุ่ม แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นผีใจดีมีเมตตา แต่ลึกลงไปในจิตวิญญาณ บาทหลวงอ้วนยังคงมีความแค้นเคืองที่คุกรุ่นไม่เคยดับ เพราะชีวิตนี้ไม่เคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคาร์ดินัลเลยสักครั้ง
ส่วนกริฟฟินดอร์คือบ้านของนิกหัวเกือบขาด หรือเซอร์นิโคลัส เดอ มิมซี-พอร์พิงตัน วิญญาณผู้ถือดีและแฝงความเย่อหยิ่ง ย้อนไปในราชสำนักของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 เขาคือพ่อมดผู้มีฝีมือห่างไกลจากคำว่าเลิศเลอที่ตนเองชอบคุยโว ความพยายามอันโง่เขลาที่จะใช้เวทมนตร์เพื่อเสริมความงามให้นางใน กลับจบลงด้วยการทำให้นางมีเขี้ยวหมูป่าใหม่งอกแทรกขึ้นมาบนใบหน้า ผลลัพธ์คือถูกยึดไม้กายสิทธิ์และถูกนำตัวไปประหารชีวิตอย่างเงอะงะทารุณ เพชฌฆาตสับคมขวานลงมาไม่ขาดสะบั้น ทิ้งไว้เพียงพังผืดและเนื้อเยื่อผืนบางๆ ให้หัวของเขาสั่นคลอนห้อยต่องแต่งอยู่บนคอ และบาดแผลทางกายนั้น เกิดเป็นปมด้อยในใจอันลึกล้ำทุกครั้งที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเหล่าผีที่หัวขาดกระเด็นอย่างแท้จริง
ผีอีกตนของฮอกวอตส์ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้ใครคือ เมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ ผู้สิงสถิตอยู่ในห้องน้ำหญิงร้างอันเยือกเย็นและแฉะชื้น เมอร์เทิลสิ้นลมตั้งแต่ยังเป็นเพียงเด็กหญิงวัยเรียน เธอเลือกจะหวนกลับมาสู่โรงเรียนตลอดกาล ด้วยเจตนาปองร้ายระยะสั้นๆ คือ การตามหลอกหลอนโอลิฟ ฮอร์นบี้ เด็กสาวอริตัวฉกาจที่เคยตั้งหน้าตั้งตาแกล้งเธออย่างใจร้าย กาลเวลาหมุนผ่านไปเป็นทศวรรษ อารมณ์พยาบาทเริ่มเจือจาง เหลือทิ้งไว้เพียงความหดหู่ไร้ที่สิ้นสุด เมอร์เทิลสถาปนาตัวเองเป็นผีที่อมทุกข์ที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอกวอตส์ เธอมักกบดานอยู่ภายในโถส้วม ปล่อยให้เสียงร้องไห้โฮและเสียงสะอื้นไห้คร่ำครวญบาดแก้วหูดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังกระเบื้องเย็นเยียบ
แรงบันดาลใจสำหรับเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ มาจากการที่ฉันมักเห็นเด็กสาวนั่งร้องไห้สติแตกในห้องน้ำอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะตามงานปาร์ตี้หรือดิสโก้ในวัยเยาว์ของฉัน ซึ่งเรื่องแบบนี้ดูเหมือนจะไม่เคยเกิดขึ้นในห้องน้ำชายเลย ฉันก็เลยสนุกมากกับการจับเอาแฮร์รี่กับรอนไปตกอยู่ในดินแดนที่ชวนอึดอัดและไม่คุ้นเคยเช่นนั้นใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับห้องแห่งความลับ และ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม
ผีที่ทำประโยชน์สูงสุดและทรงงานหนักที่สุดในฮอกวอตส์ แน่นอนว่าคือศาสตราจารย์บินส์ อาจารย์วิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ผู้ชราภาพ วันหนึ่งแกเผลอหลับไปหน้าเตาผิงในห้องพักครู พอถึงเวลาก็แค่ลุกขึ้นเดินไปสอนคาบถัดไป โดยทิ้งร่างสังขารเอาไว้เบื้องหลัง มีการถกเถียงกันอยู่บ้างว่าศาสตราจารย์บินส์รู้ตัวหรือยังว่าตัวเองตายไปแล้ว แม้การลอยทะลุกระดานดำเข้ามาสอนจะดูน่าตื่นตาตื่นใจในครั้งแรกๆ ที่นักเรียนได้เห็น แต่เขาก็ไม่ใช่ครูที่กระตุ้นความน่าสนใจในการเรียนได้ดีสักเท่าไหร่
แรงบันดาลใจสำหรับศาสตราจารย์บินส์ มาจากศาสตราจารย์ชราท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยของฉัน ผู้ซึ่งจะบรรยายทุกคลาสโดยยืนหลับตาและโยกตัวไปข้างหน้าข้างหลังบนปลายเท้าเบาๆ แม้เขาจะเป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่องและพ่นข้อมูลทรงคุณค่าออกมาอย่างมหาศาลในทุกคำบรรยาย แต่ความเชื่อมโยงระหว่างเขากับนักเรียนนั้นเรียกว่าตัดขาดโดยสิ้นเชิง
ศาสตราจารย์บินส์รับรู้ถึงการมีอยู่ของนักเรียนที่มีชีวิตอยู่เพียงเลือนรางเท่านั้น และเขาจะแสดงสีหน้าประหลาดใจสุดขีดเมื่อมีเด็กนักเรียนยื่นมือยกขึ้นถามคำถาม
ในรายชื่อผีชุดแรกสุดที่ฉันเคยเขียนขึ้นสำหรับฮอกวอตส์ ฉันได้ใส่เมอร์เทิล (ซึ่งตอนแรกใช้ชื่อว่า วันดาผู้หวีดร้อง), ศาสตราจารย์บินส์, สุภาพสตรีสีเทา (ซึ่งตอนนั้นเรียกว่า สุภาพสตรีผู้กระซิบกระซาบ) และบารอนเลือด นอกจากนี้ยังมีอัศวินดำ เจ้าคางคก (ซึ่งจะทิ้งคราบเมือกเอคโตพลาสซึมเปรอะเปื้อนไปทั่วห้องเรียน)
ผีอีกตนหนึ่งที่ฉันแอบเสียดายที่ไม่ได้นำมาใช้ เขาชื่อเอ็ดมันด์ กรุบบ์ และโน้ตข้างชื่อเขาเขียนไว้ว่า: สิ้นใจตรงธรณีประตูห้องโถงใหญ่ บางครั้งชอบยืนขวางไม่ให้คนเข้าออกด้วยความกลั่นแกล้ง ผีร่างอ้วนยุควิกตอเรีย (กินผลเบอร์รี่พิษจนตาย)
แปลไทยและเรียบเรียงโดย Shootty แอดมินเพจพอตเตอร์ไดอารี่
หากนำบทความออกไปโปรดอ้างอิงเว็บไซต์และผู้เรียบเรียง